หลังจากที่ เบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน จบลงอย่างดุเดือด ถึงเวลาที่แฟนๆ จะได้พบกับภาคต่อที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เบ็นเท็น อัลติเมทเอเลี่ยน (Ben 10: Ultimate Alien) ซีรีส์ที่พาเบ็น เทนนีสัน ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นอายุ 16 ปี พร้อมอุปกรณ์ใหม่สุดล้ำอย่างอัลติเมทริกซ์ ที่ไม่เพียงแปลงร่างเป็นเอเลี่ยนได้ แต่ยังปลดล็อคฟอร์มวิวัฒนาการที่แข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย ซีรีส์นี้ออกอากาศครั้งแรกในปี 2010 และยังคงความสนุกแบบเบ็นเท็นที่หลายคนชื่นชอบ แต่เพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาและมิติตัวละครมากขึ้น
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากเหตุการณ์ใน เบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน โดยเบ็นในวัย 16 ปี ได้รับอัลติเมทริกซ์จากอาซมุธ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาให้เบ็นสามารถแปลงร่างเป็นเอเลี่ยน 10 ตัวหลัก (รวมถึงตัวเก่าจากภาคก่อน) และที่พิเศษคือสามารถใช้พลัง "อัลติเมท" เพื่อวิวัฒนาการเอเลี่ยนให้แข็งแกร่งขึ้นในสนามรบได้ชั่วคราว เนื้อเรื่องหลักของซีรีส์คือการที่เบ็นต้องเผชิญหน้ากับวายร้ายใหม่ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามจากจักรวาลที่ใหญ่กว่าเดิม เช่น เจ้าพ่ออาชญากรมนุษย์ต่างดาว หรือศัตรูที่เกี่ยวข้องกับอดีตของอัลติเมทริกซ์เอง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเบ็น เกวน และเควิน ที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อปกป้องโลก การเล่าเรื่องมีความต่อเนื่องจากภาคก่อน แต่ก็สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องดูภาคก่อนมาก่อน เพราะซีรีส์มีบทนำที่เข้าใจง่าย
งานการแสดงและตัวละคร
ในภาคนี้ ยูรี โลเวนธัล ยังคงให้เสียงพากย์เบ็น เทนนีสัน ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถถ่ายทอดความเป็นวัยรุ่นที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นฮีโร่ที่รับผิดชอบมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีความขี้เล่นและอารมณ์ขันแบบเดิม แอชลีย์ จอห์นสัน กลับมารับบทเกวน เทนนีสันอีกครั้ง แสดงถึงความเฉลียวฉลาดและความเด็ดขาดของตัวละครที่เติบโตขึ้น ขณะที่ เกร็ก ไซพส์ ในบทเควิน เลวิน ก็ยังคงความเท่และมีความเป็นส่วนผสมของความดิบเถื่อนกับความภักดีได้ดี นอกจากนี้ยังมีนักพากย์สมทบอย่าง ดี แบรดลีย์ เบเกอร์ ที่ให้เสียงฮิวแมนกาซอร์และเอเลี่ยนอื่นๆ ได้อย่างทรงพลัง และ เจฟฟ์ เบนเน็ตต์ ที่ให้เสียงอาซมุธได้อย่างน่าเชื่อถือ ตัวละครในเรื่องมีการพัฒนาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเบ็นที่ต้องแบกรับความคาดหวังในฐานะฮีโร่ระดับโลก และการตัดสินใจที่ยากลำบากเกี่ยวกับการใช้อำนาจของเขา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ซีรีส์นี้กำกับโดย แดน ริบา และ บัดดี้ รีด ซึ่งกลับมาสานต่อความสำเร็จจากภาคก่อน การออกแบบตัวละครและเอเลี่ยนยังคงมีสไตล์ที่คุ้นตา แต่เพิ่มความคมชัดและรายละเอียดมากขึ้น ฉากแอ็กชันมีความไดนามิกและลื่นไหล โดยเฉพาะตอนที่เบ็นใช้พลังอัลติเมท ซึ่งมีการแสดงเอฟเฟกต์แสงและสีสันที่สวยงามตระการตา ดนตรีประกอบโดย ไมเคิล แทเวรา และ ลอลิทัส ที่ยังคงธีมหลักที่เร้าใจและเข้ากับบรรยากาศของซีรีส์ได้ดี เพลงเปิดเรื่อง "Ben 10: Ultimate Alien" มีจังหวะสนุกและติดหู ทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เริ่มตอน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ในฐานะกองบรรณาธิการ เรามองว่า เบ็นเท็น อัลติเมทเอเลี่ยน เป็นภาคที่กล้าพัฒนาตัวละครและเนื้อหาให้มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แม้จะยังคงเป็นแอนิเมชั่นสำหรับเด็ก แต่ประเด็นที่ซีรีส์หยิบยกขึ้นมา เช่น การใช้อำนาจในทางที่ผิด ความรับผิดชอบของฮีโร่ และผลกระทบจากการกระทำของตนเอง ล้วนเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า การที่เบ็นต้องตัดสินใจว่าจะใช้พลังอัลติเมทเมื่อใด และการที่เขาต้องเผชิญกับศัตรูที่ซับซ้อนทางศีลธรรม ทำให้ซีรีส์มีมิติที่น่าสนใจมากกว่าการต่อสู้เพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว จุดเด่นอีกอย่างคือการให้ความสำคัญกับทีมเวิร์คของเบ็น เกวน และเควิน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าไม่มีฮีโร่คนไหนที่ประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง อย่างไรก็ตาม ซีรีส์อาจมีจุดอ่อนตรงที่จำนวนเอเลี่ยนในอัลติเมทริกซ์มีเพียง 10 ตัว ซึ่งน้อยกว่าภาคก่อน ทำให้บางครั้งการแปลงร่างอาจดูซ้ำซากสำหรับแฟนๆ ที่ติดตามมา
สรุป
เบ็นเท็น อัลติเมทเอเลี่ยน เป็นซีรีส์ที่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆ เบ็นเท็นที่อยากเห็นการเติบโตของตัวละครและเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น แม้จะมีเอเลี่ยนน้อยลง แต่พลังอัลติเมทและบทที่ลึกซึ้งทำให้คุ้มค่าแก่การรับชม เหมาะสำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่ที่โตมากับเบ็นเท็น
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +พล็อตเรื่องเข้มข้นและพัฒนาตัวละครได้ดี
- +พลังอัลติเมทเพิ่มความแปลกใหม่ในการต่อสู้
- +งานพากย์เสียงและดนตรีประกอบคุณภาพสูง
- +เนื้อหามีแง่คิดเหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่
👎 จุดด้อย
- −จำนวนเอเลี่ยนในอัลติเมทริกซ์มีเพียง 10 ตัว อาจน้อยเกินไป
- −บางตอนอาจมีเนื้อเรื่องที่ซ้ำซากเล็กน้อย
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดูต่อจาก Ben 10: Alien Force (เบ็นเท็น: พลังเอเลี่ยน) ซึ่งเป็นภาคที่สองของแฟรนไชส์ และก่อนที่จะดู Ben 10: Omniverse
มีทั้งหมด 2 ซีซั่น รวม 52 ตอง (ตอนละประมาณ 22 นาที)
มีพากย์ไทยโดยช่อง Cartoon Network และสามารถหาชมได้ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบางแห่ง
ได้แก่ ฮิวแมนกาซอร์, จั๊กเกอร์น็อท, สไปเดอร์มังกี้, บิ๊กชิลล์, โครโมสโตน, สวอมป์ไฟร์, เอคโคเอคโค, กูสทรัค, เทอร์ร่าสปิน, น้ำแข็ง และมีฟอร์มอัลติเมทของแต่ละตัว